Latest News
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ การแก้ไขดูแล ซ่อม Notebook เบื้องต้น แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ การแก้ไขดูแล ซ่อม Notebook เบื้องต้น แสดงบทความทั้งหมด

การแก้ปัญหาที่มักเกิดกับคอมพิวเตอร์ Notebook

Posted by KM IT วันอาทิตย์ที่ 31 มกราคม พ.ศ. 2553, under | 0 ความคิดเห็น


•แบตเตอรรี่หมดเร็ว ใช้ไม่นานก็หมดแล้ว
แบตเตอรี่หมดเร็ว สาเหตุหลักๆ มาจากนิสัยในการใช้งาน เช่น ดูหนัง ฟังเพลง เป็นต้น เพราะว่า Notebook ต้องใช้ไฟมากในการขับดันเสียงออกมาด้วย ดังนั้นจะทำให้แบตฯ หมดเร็วกว่าปกติ และนอกจากนี้ถ้ามีการใช้ Wireless หรือ Bluetooth ก็ทำให้แบตเตอรี่หมดเร็วขึ้นอีกด้วยเช่นกัน ท้ายสุดน่าจะมาจากการกำหนดความสว่างของหน้าจอคอมพิวเตอร์ ถ้าเปิดสว่างมากก็เป็นปัญหาอีกส่วนหนึ่งด้วยเช่นกัน

•แบตเตอรี่ชาร์ตไฟไม่เข้า?ถอดปลั๊กไฟ คอมพิวเตอร์ก็ดับทันที?
แบตเตอรี่เสื่อม ให้หาซื้อของใหม่มาเปลี่ยนได้เลย แต่ถ้าต้องการราคาถูก สามารถหาซื้อเปลี่ยนไส้แบตได้ตามห้างไอทีทั่วไป?

•Windows ค้าง ปิดสวิทซ์ไฟก็ไม่สามารถทำได้
ให้ลองกดปุ่มสวิทซ์ค้างไว้ประมาณ 5-10 วินาที ถ้ายังไม่สามารถปิดได้ให้ถอดแบตเตอรี่ออก และรอสักประมาณ 30 วินาที แล้วค่อยใส่เข้าไปใหม่

•ระบบเสียงของ Notebook เปิดยังไงก็ไม่ดัง
ปกติลำโพงของ Notebook ส่วนใหญ่ก็ไม่สามารถเปิดเสียงได้ดังมากนัก แต่ถ้าไม่ดังเลยให้ลองตรวจสอบ Volumn Control? รูปลำโพง ที่ Taskbar ว่ามีการกำหนด Mute หรือปิดเสียงหรือเปล่า ถ้าไม่ใช่ ให้ลองดูที่ Device Manager (คลิกขวาที่ My Computer เลือก Properties จากนั้นคลิกแท็ป?Hardware และเลือก Device Manager) เพื่อตรวจสอบว่า Drive ของ sound card ติดตั้งถูกหรือเปล่า สังเกตว่าถ้ามีสัญลักษณ์หรือเครื่องหมาย "!" และมีกากบาท "x" แสดงว่ามีปัญหา ให้ลองหาแผ่น driver มาลองติดตั้งใหม่

•หน้าจอ ไฟไม่ค่อยสว่าง
สำหรับ Notebook? หน้าจอ?LCD หลายๆ รุ่นจะคำสั่งในการปรับความสว่าง เช่น กดปุ่ม FN+ เพิ่มความสว่าง?(ดูสัญลักษณ์รูปดวงไฟ)?หรือกดปุ่ม FN + ลดความสว่าง (ดูสัญลักษณ์รูปดวงไฟ)?เพื่อปรับความสว่าง เป็นต้น และโดยปกติ ถ้าใช้งาน Notebook โดยไม่ได้มีการเสียบปลั๊กไฟ?การใช้งาน Notebook จะมีการปรับลดความสว่างอัตโนมัติ เพื่อประหยัดไฟให้ครับ แต่ถ้าต้องการปรับเปลี่ยนก็สามารถทำได้ปกติ??

•Notebook เครื่องร้อนเร็ว

สาเหตุอาจมาจากการทีเราไม่ได้ใช้ CPU รุ่นประหยัดไฟ เช่น Intel Centrino เป็นต้น นอกจากนี้ก็อาจขึ้นกับช่องระบายความร้อนของ Notebook แต่ละรุ่นแต่ละยี่ห้อ?แต่วิธีที่ช่วยให้เครื่อง Notebook ร้อนช้าลง ก็คือ ใช้งานในห้องที่เปิดแอร์ หรือหาอุปกรณ์ที่รอง Notebook และมีพัดลมระบายอากาศ?

ขอขอบคุณข้อมูลจาก : http://www.it-guides.com/index.php/tips-a-techniques/74-hardware-tips-a-trouble-shooting/457-trouble-shooting-notebook

4 ขั้นตอน ทำโน้ตบุ๊คให้สะอาด

4 ขั้นตอน ทำโน้ตบุ๊คให้สะอาด

ก่อนอื่นมาเตรียมอุปกรณ์กันก่อน ...
เครื่องมือในการทำความสะอาดประกอบด้วย
- กระป๋อง หรือ ถ้วยขนาดเล็ก (ใช้สำหรับผสมน้ำยา)
- กระดาษเช็ดหน้า (ขอแนะนำให้ใช้ คลีเน็กซ์ อัลตรา ซอฟท์ ... เท่าที่ลองมา คลีเน็ก รุ่นนี้ดีที่สุด)
- แปรงทาสีขนาด 3/4 นิ้ว (เลือกใช้แปรงที่ขนไม่ร่วงนะครับ) ถ้าหาซื้อไม่ได้ใช้แปรงสีฟันเก่าก็ได้ ^^"
- ลูกยางเป่าลม (ถ้าหาไม่ได้สามารถใช้ลมกระป๋องแทนได้ .. แต่ต้องฉีดห่างๆ เพื่อลดแรงลม)
- ผ้า Duster Cloth ของ 3M (ใช้สำหรับกรณีที่มีฝุ่นจับมากเป็นพิเศษ) หาซื้อได้ตาม โลตัส บิ๊กซี
- ผ้าไมโครไฟเบอร์ ของ 3M (อันนี้จำเป็นมาก หาซื้อได้ทั่วไปตามโลตัส บิ๊กซี ราคาไม่เกิน 100 บาท)
- น้ำยาเช็ดคอม Touche Klean (มีขายทั่วไปตามร้านคอมฯ)

ขั้นตอนในการทำความสะอาด
ขั้นตอนที่ 1 : ปัดฝุ่น

กรณีที่โน้ตบุ๊คมีฝุ่นจับมากเป็นพิเศษ(พาโน้ตบุ๊คไปลุยแรลลี่ดั๊กก้ามา ^^") ให้ใช้ผ้า Duster Cloth ของ 3M
เช็ดให้ทั่วตัวโน้ตบุ๊ค ส่วนฝุ่นที่ติดอยู่ที่จอให้ใช้ผ้า Duster Cloth ปัดออก ปัดนะ อย่าเช็ด!
โน้ตบุ๊คที่มีฝุ่นจับไม่มาก ให้ใช้ลูกยางเป่าลม เป่าฝุ่นตามคีย์บอร์ด จอ และซอกหลืบต่างๆ
ทีนี้จะมีฝุ่นบางกลุ่มหน้าด้านเกาะไม่ยอมหลุด ให้ใช้แปรงทาสีปัด แคะ เขี่ย ฝุ่นที่ติดตามซอกหลืบและร่องต่างๆ
แล้วเป่าลมซ้ำอีกครั้งด้วยลูกยางเป่าลม .. เท่านี้ฝุ่นก็กระจุยออกไปหมดแล้ว
ไปขวาสุด ไม่เห็นฝุ่นในร่องไอคอนสถานะอีกแล้ว นี่ถ้าไม่ได้ใช้แปรงปัด ฝุ่นไม่หลุดแน่นอน)
จอ LCD ที่มีคราบนิ้วมือ คราบมันต่างๆ ให้ใช้ผ้าไมโครไฟเบอร์เช็ดคราบออก(เช็ดเบาๆ อย่าออกแรงกด)
ถ้าเช็ดไม่ออกจริงๆ ให้ใช้กระดาษเช็ดหน้าชุบน้ำ(บิดให้หมาดที่สุด)ถูกบริเวณคราบเบาๆ และเช็ดคราบน้ำ
ออกด้วยผ้าไมโครไฟเบอร์อีกครั้ง (ห้ามใช้น้ำยาเด็ดขาด .. จอด่างขึ้นมาไม่รู้ด้วยนะ)


ขั้นตอนที่ 2 : เช็ดคราบสกปรก
ใช้กระดาษเช็ดหน้าชุบน้ำ(บิดหมาดๆ) เช็ดให้ทั่วตัวโน้ตบุ๊ค เช่น บริเวณแป้นวางมือ(บริเวณที่สกปรกที่สุด)
คีย์บอร์ด ขอบจอ หลังจอ ระหว่างเช็ดสังเกตด้วยนะ ถ้ากระดาษเช็ดหน้าเริ่มยุ่ยให้เปลี่ยนกระดาษ
เพราะไม่อย่างนั้นเศษกระดาษอาจหลุดลงไปในร่องคีย์บอร์ด ซวยเลย
ขอย้ำอีกครั้ง ว่าใช้ให้ กระดาษเช็ดหน้าคลีเน็กซ์ อัลตรา ซอฟท์ ... รุ่นนี้ เหนียว นุ่ม ไม่ยุ่ยง่ายๆ
ยี่ห้ออื่นหยาบเกินไปอาจทำให้โน้ตบุ๊คเป็นรอยขนแมวได้ .. เด๋วโน้ตบุ๊คจะหมดสวยกันพอดี


ขั้นตอนที่ 3 : เช็ดคราบสกปรกที่ขั้นตอนที่แล้วเช็ดไม่ออก

จากขั้นตอนที่แล้ว กระดาษเช็ดหน้าจะขจัดคราบสกปรกออกได้ในระดับหนึ่งเท่านั้น
ยังมีคราบสกปรกที่มองไม่เห็นติดอยู่พอสมควร .. ต้องใช้ตัวช่วย!!
นี่ .. ตัวช่วย! น้ำยาเช็ดคอม Touche Klean (หาซื้อได้ทั่วไปเช่นกัน)
วิธีใช้น้ำยานี้ก็ง่ายๆ .
แต่ แต่ แต่ ห้ามใช้น้ำยา Touche Klean กับโน้ตบุ๊คโดยตรง เพราะจะทำให้โน้ตบุ๊คมีคราบเหลืองหรือเปลี่ยนสีได้ของอย่างนี้มีองค์ และมีขั้นตอน .ยังไงมาดูกัน
กระป๋อง หรือ ถ้วยขนาดเล็ก ที่ให้เตรียมไว้ตั้งแต่ตอนแรกก็เพื่อการนี้แหละ ..
งานนี้ใช้ก้นกระป๋องเป็นที่ผสมน้ำยาครับ อิๆ ไฮโซซะไม่มี ก่อนอื่นเทน้ำยา
ลงประมาณ 7 - 8 หยด เติมน้ำเปล่าลงไป 1/4 ของฝาเหล้า คนให้เข้ากัน
งงมั๊ย?? เอาเป็นว่าผสมน้ำยา Touche Klean กับน้ำเปล่าในอัตราส่วน 1 ต่อ 1 เป็นอย่างน้อย
แต่ปกติแล้วผมจะผสมที่อัตราส่วน 1 : 2 หรือไม่ก็ 1 : 3 (ขึ้นอยู่กับความโสโครก ถ้าโสฯมาก 1:1 โลด)
หลังจากผสม กวนๆ น้ำยากับน้ำเข้ากันแล้ว ไปดูขั้นตอนต่อไปกัน


ขั้นตอนที่ 4 : สกปรกอย่าอยู่เลย

กระดาษเช็ดหน้าชุบน้ำยาที่ผสมแล้วบิดหมาดๆ เช็ดให้ทั่วบอดี้โน้ตบุ๊ค(จอไม่ต้องเช็ด)
บนแป้นวางมือ หลังจอ ขอบจอ เช็ดให้หมด ... ถูๆ ด้วย คราบสกปรกจะได้หลุดออกมาเร็วขึ้น
สำหรับคีย์บอร์ดให้ม้วนกระดาษเช็ดหน้าให้เล็กลง ค่อยๆ เช็ดไปทีละปุ่ม หรือจะใช้คัตตอนบัดเช็ดก็ได้
ถ้ากระดาษเช็ดหน้าเริ่มยุ่ยให้เปลี่ยนกระดาษ
เพราะไม่อย่างนั้นเศษกระดาษอาจหลุดลงไปในร่องคีย์บอร์ดได้ ซวยเลย เตือนเป็นครั้งที่ 2 แล้วนะ
พลิกกระดาษเช็ดหน้าขึ้นดู ... กระดาษดำป่ะ?
ยังไม่เสร็จนะ ... มีอีกขั้นตอนนึง


ขั้นตอนที่ 5 : ซ้ำชั้นตอนที่ 2 ใช้กระดาษเช็ดหน้าชุบน้ำ(บิดหมาดๆ)เช็ดให้ทั่วตัวโน้ตบุ๊ค ที่ต้องเช็ดด้วยน้ำเปล่าอีกครั้ง
ก็เพื่อล้างคราบน้ำยาที่ติดอยู่ที่ตัวโน้ตบุ๊คออกนั่นแหละ ... เช็ดซ้ำทุกส่วนที่เช็ดน้ำยาลงไป
เสร็จแล้วก็ใช้กระดาษเช็ดหน้าแห้งๆ เช็ดคราบน้ำออก ...
เป็นอันเสร็จพิธี ... เสร็จสิ้นวิธีทำความสะอาดโน้ตบุ๊ค รับรองสะอาดน่าใช้ขึ้นเป็นกอง
อ้อ ด้านล่างของโน้ตบุ๊ค ใช้แค่กระดาษเช็ดหน้าชุบน้ำเช็ดออกก็เพียงพอแล้ว
แต่ถ้าจะใช้น้ำยาด้วยก็ไม่ว่ากัน .. แต่บิดกระดาษให้หมาดที่สุดนะ ด้านล่างช่องมันเยอะ
ถ้าโน้ตบุ๊คไม่มีวอยด์ เปิดฝาออกมาเป่าฝุ่นหน่อยก็ดี


ขอบคุณข้อมูลจาก : http://www.bloggang.com/viewdiary.php?id=orni&month=05-2008&date=03&group=9&gblog=29

7 ข้อปฏิบัติในการดูแล Notebook

Posted by KM IT วันศุกร์ที่ 29 มกราคม พ.ศ. 2553, under | 0 ความคิดเห็น
7 ข้อปฏิบัติในการดูแล Notebook

1. ระบายความร้อนใต้เครื่องให้ดี
ความร้อนสะสมภายในเครื่องเป็นศัตรูตัวฉกาจของโน๊ตบุ้ก โดยเฉพาะอย่างยิ่งความร้อนบริเวณใต้เครื่อง ซึ่งปกติตัวเครื่องจะเกือบถูกวางแนบไว้กับพื้นโต๊ะ ซึ่งทำให้มีช่องว่างเพียงนิดเดียวที่อากาศเย็นจากภายนอก จะสามารถไหลเวียนเข้าไปเพื่อพาอากาศร้อนใต้เครื่องให้ออกมาได้ จึงทำให้ความร้อนสะสมภายในเครื่อง สูงขึ้นตามลำดับ ซึ่งจะมีผลโดยตรงการอายุการใช้งานของชิ้นต่างๆภายในเครื่องในระยะ ผมจึงขอแนะนำให้หาฐานวางโน๊ตบุ้กมาใช้ เพื่อช่วยเพิ่มความไหลเวียนของอากาศบริเวณใต้เครื่อง ถ้าเป็นรุ่นที่มีพัดลมระบายอากาศได้ด้วยยิ่งดี และหลีกเลี่ยงการใช้งานโน๊ตบุ้กบนเตียงหรือบนเบาะนุ่มๆอย่างเด็ดขาด เพราะนั่นจะเป็นการตัดระบบการระบายความร้อนใต้เครื่องอย่างสิ้นเชิง


2. อย่าเพิ่งปิดฝาเลยทันทีที่เลิกใช้

ถึงแม้คุณจะได้ปฏิบัติตามข้อที่หนึ่งที่ช่วยลดความร้อนสะสมในตัวเครื่อง ในระหว่างที่ใช้งานไปแล้วการระบายความร้อนในช่วงที่ปิดเครื่องใหม่ๆก็มีความสำคัญเช่นกัน การปิดฝาเครื่องทันทีที่เลิกใช้จะทำให้ความร้อนที่เกิดระหว่างที่เปิด ใช้งานสะสมอยู่ในเครื่องนานกว่าที่ควรจะเป็นเพราะตัวมีเวลาไม่พอที่จะคลายความร้อนทั้งหมดออกมา ดังนั้นผมจึงขอแนะนำว่าหลังจากที่คุณใช้งานเสร็จ ให้คุณดึงปลั้กหม้อแปลงชาร์ตไฟออกตามปกติ แต่เปิดฝาเครื่องทิ้งไว้ประมาณ 3 – 5 นาที เพื่อให้เครื่องมีเวลาในการระบายความร้อน ในช่วงที่เปิดใช้งานให้หมดก่อน จากนั้นจึงค่อยปิดฝาเครื่องเพื่อป้องกันฝุ่นละอองต่างๆลงบนเครื่อง


3. ห้ามถอดแบตเตอรี่อย่างเด็ดขาด

หลายๆท่านคงเคยได้ยินคนบอกว่า ควรถอดแบตเตอรี่ออกจากเครื่องในระหว่างที่ใช้อยู่ในบ้าน เพื่อเป็นการถนอมอายุการใช้งานของแบตเตอรี่ แต่ผมขอบอกว่านั่นเป็นความคิดที่ผิดมากๆ จริงอยู่การทำเช่นนั้นจะทำให้อายุการใช้งานของแบตเตอรี่ยาวขึ้น แต่นั่นก็เป็นการทำให้อายุการใช้งานของเครื่องโดยรวมสั้นลงเช่นกัน เพราะเมื่อมีเหตุการณ์ไฟตกหรือไฟดับ ตัวเครื่องก็จะหยุดการทำงานในทันทีโดยไม่มีการปิดเครื่องอย่างถูกต้องซึ่งนอกจากจะทำให้คุณสูญเสียงานที่กำลังทำอยู่แล้วยังเป็นอันตรายต่อชิ้นส่วนอย่างฮาร์ดดิสก์ในระยะยาวเป็นอย่างมาก ผมจึงขอแนะนำให้ห้ายถอดแบตเตอรี่อยู่เป็นประจำอย่างเด็ดขาด และเสียบใช้ไฟผ่านหม้อแปลงทุกครั้งที่มีโอกาสใช้ไฟจากปลั้ก


4. การเสียบแจ๊ตชาร์ตจากหม้อแปลงไฟฟ้าให้ถูกต้อง

บางท่านอ่านที่หัวข้อแล้วจะงงๆว่าการเสียบแจ๊ตชาร์ตไฟมีวิธีที่ถูกต้องและไม่ถูกต้องด้วยหรือ ผมบอกได้เลยว่ามี และถ้าไม่ระวังให้ดีจะมีผลให้ไฟช๊อตเมนบอร์ดของเครื่องได้ด้วย ซึ่งคงจะไม่ได้ทำให้เสียในทันที แต่จะมีผลในระยะยาวอย่างแน่นอน ไฟซ๊อตจะเกิดขึ้นตอนที่คุณเสียบแจ๊ตเนี่ยล่ะครับ คุณเคยสังเกตตอนที่คุณเสียบแจ๊ตชาร์ตไฟ กับตัวเครื่องมั้ยครับว่า บางครั้งจะเกิดประกายไฟขึ้นตอนที่เสียบ นั่นเป็นเพราะคุณเสียบ ไม่ถูกต้องนั้นเอง วิธีที่ถูกต้องคือตอนเปิดใช้ให้เสียบแจ๊ตที่ชาร์ตไฟจากหม้อแปลง ไฟฟ้าที่เครื่องก่อนแล้วค่อยเสียบปลั้กและตอนเลิกใช้ให้ถอดปลั้กไฟและรอให้ไฟที่ตัวหม้อแปลงไฟฟ้าดับก่อนแล้ว ค่อยถอดแจ๊ตออกจากตัวเครื่อง ด้วยวิธีการนี้จะทำให้ตัดโอกาสไฟช๊อตอันเกิดจากประกายไฟตอนที่เสียบหรือถอดแจ๊ตได้อย่างเด็ดขาด


5. ก่อนเคลื่อนย้ายให้ปิดฝาเครื่องก่อน
ปัญหาบานพับโน้ตบุ้กหักเป็นอีกปัญหาหนึ่งที่ผู้ใช้โน๊ตบุ้กต้องปวดหัวกันมาก ส่วนใหญ่จะโทษบริษัทผู้ผลิตที่ใช้วัสดุไม่ดี หรือออกแบบมาไม่ดีพอ แต่จริงๆแล้วปัญหาบานพับหักนี้มักจะเกิดจากการใช้งานไม่ถูกต้องเองมากกว่า เช่น การเปิดฝากหน้าจอไว้ในขณะยกเคลื่อนย้าย, การใช้มือเปล่าถือเครื่องไปโดยไม่ได้ใส่กระเป๋าให้เรียบร้อยก่อน เป็นต้น ซึ่งการทำเช่นนี้จะทำให้ข้อต่อบานพับมีการขยับเขยือนมากกว่าที่ควรจะเป็น และเมื่อนานวันเข้าก็จะเริ่มแตกร้าวและหักได้ในที่สุด คุณสามารถป้องกันได้ง่ายๆด้วยตัวเอง ด้วยการปิดฝาเครื่องทุกครั้งก่อนที่จะยกเคลื่อนย้าย และหากต้องเคลื่อนย้ายไปไกลๆก็แนะนำให้เก็บเครื่องใส่กระเป๋าให้เรียบร้อยก่อน จะเป็นการป้องกันการแตกหักของบานพับได้ดีที่สุด


6. ใช้งานช่องพอร์ต USB และ PCMCIA ในเครื่องเท่าที่จำเป็น
ปกติการใช้งานช่องพอร์ต USB และ PCMCIA สำหรับการใช้งานอุปกรณ์เสริมต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น USB Drive, TV Tuner Card, Wireless Network Card หรือ FireWire Card จะทำให้ซีพียูต้องทำงานมากกว่าปกติ และเมื่อซีพียูมีการทำงานมากขึ้น ความร้อนที่เกิดจากการทำงานของซีพียูที่มากขึ้นก็จะมากขึ้นตามไปด้วย นอกจากนี้ความร้อนที่เกิดจากอุปกรณ์เสริมเหล่านี้ยังทำให้ความร้อนสะสมภายในเครื่องเพิ่มสูงขึ้นไปอีกด้วย ซึ่งความร้อนสะสมที่มากกว่าปกติจะมีผลโดยตรงทำให้อายุการใช้งานของชิ้นส่วนต่างๆในเครื่องสั้นลงกว่าที่ควรจะเป็น ผมจึงขอแนะนำให้ใช้งานอุปกรณ์เสริมต่างเท่าที่จำเป็น ดึงออกทันทีที่ใช้เสร็จ และหลีกเลี่ยงการเสียบทิ้งไว้ตลอดเวลาที่เปิดเครื่องใช้งาน


7. อย่าทิ้งแผ่นซีดี/ดีวีดีไว้ในเครื่องอย่างเด็ดขาด
ผมเชื่อว่าคงมีหลายๆท่านที่ชอบเผลอลืมใส่แผ่นซีดี/ดีวีดีทิ้งไว้ในเครื่อง โดยไม่รู้ตัวว่านั่นเป็นการทำให้ไดร์ฟซีดี/ดีวีดีต้องทำงานมากกว่าปกติ เพราะต้องมีการอ่านข้อมูลทุกเครื่องที่มีการเปิดเครื่องขึ้นมา และต้องอ่านแผ่นเพิ่มขึ้นในหลายๆครั้งที่คุณเปิด Windows Explorer ซึ่งจะทำให้หัวอ่านของไดร์ฟซีดี/ดีวีดีต้องทำงานมากกว่าปกติ ซึ่งจะมีผลทำให้อายุการใช้งานของไดร์ฟซีดี/ดีวีดีสั้นลง ด้วยเหตุนี้ผมจึงขอแนะนำให้เอาแผ่นซีดี/ดีวีดีออกจากเครื่องทุกครั้งที่คุณใช้งานจากแผ่นเสร็จ และปฏิบัติอย่างเคร่งครัดและสม่ำเสมอ


ข้อปฏิบัติที่ผมกล่าวมาทั้งหมดในข้างต้นอาจจะเป็นเรื่องเล็กๆที่หลายท่านมักจะมองข้ามไป แต่ถ้าคุณสามารถปฏิบัติได้และปฏิบัติอย่างสม่ำเสมอ ผมเชื่อแน่เลยว่าโน๊ตบุ้กของคุณจะอยู่รับใช้คุณไปได้อีกนาน ไม่ต้องไปพาไปเที่ยวที่ศูนย์ซ่อมเป็นประจำเหมือนอย่างที่เกิดขึ้นกับหลายๆคนอย่างแน่นอน

ขอขอบคุณข้อมูลจาก : http://www.beartai.com/webboard/index.php?topic=41778.0

การชาร์ตแบตเตอรี่ Notebook

การดูแลแบตเตอร์รี่ Notebook

1. พยายาม ลดการใช้พลังงานแบตเตอรี่เกินกำลัง ซึ่งแม้ว่า การแบตเตอรี่สำหรับอุปกรณ์แต่ละรุ่นจะถูกออกแบบมาเพื่อการใช้งานนั้นๆ แล้วก็ตาม แต่หากเราลดการใช้กำลังไฟ ที่ไม่จำเป็น ก็จะช่วยลดภาระของแบตเตอรี่ และช่วยยืดอายุการใช้งานได้ เช่น สำหรับโน้ตบุ๊ค เมื่อไม่ได้ใช้งาน Wireless lan, Bluetooth ก็ควรปิด ไม่ควรเปิดไว้ เพราะว่าระบบเหล่านี้ ก็จะทำงานกินไฟไปเรื่อยๆ โดยไม่จำเป็น
2. พยายามถอดแบตเตอรี่ออกทุกครั้งที่มีการเสียบไฟบ้าน สำหรับในกรณีนี้ เป็นข้อแนะนำที่อาจจะดูกลางๆ หรือว่า ไม่จำเพาะเจอะจงว่าต้องทำ เนื่องจากโน้ตบุ๊คหลายๆ รุ่นจะมีระบบตัดไฟอยู่แล้วเมื่อพบว่าแบตเตอรี่เต็มอยู่ ก็จะปรับไปใช้งานระบบไฟบ้านเพียงอย่างเดียว แต่นั่นก็ไม่ได้หมายความว่า โน้ตบุ๊คทุกรุ่นจะมี หรือสามารถทำได้ ยังมีโน้ตบุ๊ค อีกหลายรุ่นที่ไฟจะถูกดึงจากแบตเตอรี่เป็นหลัก แม้ว่าจะเสียบไฟบ้านก็ตาม

ซึ่ง ผลของมันคือ จะทำให้แบตเตอรี่ ทำงานอยู่ตลอดเวลาทั้งชาร์ตและจ่ายไฟในคราวเดียวกัน ส่งผลทำงานมากขึ้น เกิดความร้อน และทำให้ (cell battery) เสื่อมในที่สุดนั่นเอง

รูปภาพ
ลักษณะรูปร่าง cell battery ของโน้ตบุ๊ค

3. ควร เคลียร์ (cell battery) ทุกๆ สามสิบครั้งของการชาร์จ เนื่องจากแบตเตอรี่ในกลุ่มนี้ จะนับจำนวนรอบและชาร์ตพลังเดิมได้ตลอด ทำให้หลายๆ ครั้งที่ ประจุ มีอาการเหมือนกับคั่งค้างอยู่ใน แบตเตอรี่ จนทำให้เจ้าโน้ตบุ๊คของคุณแสดงปริมาณของไฟ ไม่ตรง ซึ่งสังเกตุได้จาก อาการที่ เครื่องปิดตัวเองเหมือนกับแบตเตอรี่อ่อน ทั้งๆ ที่เครื่องของคุณยังแสดงปริมาณเหลืออีกเกือบครึ่งเป็นต้น

หมายถึงว่า มีประจุคั่งค้างใน (cell battery) เสียแล้ว วิธีการแก้ไขคือ ทุกครั้งการชาร์จไปแล้วประมาณ 30 ครั้ง ควรจะเปิดเครื่องใช้งานจนแบตหมดจริงๆ แล้วชาร์จให้เต็มซักครั้ง ก็จะช่วยแก้ปัญหาเหล่านี้ได้ หรืออาจจะใช้งานให้จนหมดซักสองถึงสามครั้งแล้วชาร์ตจนเต็ม

4. อย่า เก็บแบตเตอรี่ไว้ในที่ร้อน เพราะหลายท่านมักจะพกพาเอา โน้ตบุ๊คไปไหนมาไหนเสมอ มักจะทิ้งไว้ในรถยนต์ โดยท่านไปทำกิจธุระอื่นๆ ทั้งวัน การทิ้งแบตเตอรี่ไว้ในรถยนต์ที่จอดทิ้งไว้ หากจอดไว้ในที่ร่มคงไม่เป็นไร แต่ถ้าจอดไว้กลางแดดแล้วละก็จะทำให้ (cell battery) ร้อน และเสื่อมสภาพเร็วกว่าปรกติครับ

5. อย่าเก็บแบตเตอรี่ไว้รวมกับสื่อนำไฟฟ้าอื่นๆ หรือในกล่องที่นำไฟฟ้าได้ เพราะหลายครั้งที่แบตเตอรี่เสียเนื่องมาจากเกิดการชาร์ตในระหว่างการเก็บ เช่น มีเศษเหรียญไปโดนบริเวณขั้วแบตเตอรี่ทั้งสองขั้ว เป็นต้น

6. เมื่อแบตเตอรี่เสื่อมสภาพ และต้องการเปลี่ยน (cell battery) ภายใน ควรเลือกที่จะให้ทางศูนย์บริการเปลี่ยนให้ หรือซื้อจากศูนย์ฯ โดยตรง เพราะการเปลี่ยน (cell battery) ภายในนั้นหลายครั้งที่มีการใส่ (cell battery) ผิดแบบ ผิดประเภท จนทำให้เครื่องพังได้ครับ
7. อย่าลืมติดตามข่าวสารด้านเทคโนโลยีจากเว็บไซต์ต่างๆ เช่น ล่าสุดเราจะได้ยินข่าวแบตเตอรี่โน้ตบุ๊ค (ระเบิด!!) ซึ่งทางบริษัทผู้ผลิต ก็ได้ทำการแจ้งข่าวสารผ่านทางหน้าเว็บไซต์ของผู้ผลิตเอง แล้วทำการเรียกแบตเตอรี่รุ่นที่มีปัญหากลับคืน เพื่อเปลี่ยนรุ่นใหม่ให้ เป็นต้น
ขอขอบคุณข้อมูลจาก

ขอขอบคุณข้อมูลจาก http://www.itpsu47.info/index.php?topic=812.0

การดูแลรักษาโน๊ตบุ๊กให้มีอายุยาวนานและคุ้มค่ากับการใช้งานที่สุด

Posted by KM IT วันอังคารที่ 19 มกราคม พ.ศ. 2553, under | 0 ความคิดเห็น


1. จอภาพ เป็นส่วนสำคัญในการแสดงผล ห้ามใช้มือสัมผัสกันหน้าจอโดยตรง ระวังอย่าให้อะไรมากระแทกหน้าจอได้ การดูแลรักษาไม่จำเป็นต้องใช้น้ำยาเคมีอะไรหรอกครับ ตัวที่สำคัญที่สุดคือ ผ้าไมโครไฟเบอร์ของ 3M แพงมาก ผืนนิดเดียว 169บาท แต่เชื่อแถอะคุ้มสุดๆผมน่ะคิดตัง้นานกว่าจะตัดสินใจซื้อใช้แต่เสื้อยืดเช็ดแต่พอซื้อมาใช้จริงๆสุดยอดมากครับไม่เวอร์น่ะเช็ดที่เดียวเบาๆคราบต่างๆหลุดหมดเลย ถ้าเป็นคราบบางคราบที่เช็ดแห้งๆไม่ออกก็เอาผ้าไปชุบน้ำอุ่นเช็ดก่อนแล้วเอาส่วนที่แห้งเช็ดเบาๆจนหน้าจอแห้งสนิทแค่นี้ก็พอแล้ว สิ่งสำคัญคือถ้าหน้าจอเปื้อนให้เช็ดทันทีหากทิ้งไว้จะเช็ดออกยากแล้วเราต้องออกแรงมากขึ้นจนทำให้สารที่เคลือบมาจากโรงงานหลุดออกได้และแรงอาจทำให้เกิดจุดเสียของจอภาพได้(จอแพงมากเปลี่ยนที่เจ็ดพันอัพ)

2. คีย์บอร์ด เรื่องนี้เจอกับตัวเลยครับพี่ชายกินกาแฟข้างโน๊ตบุ๊กเครื่องแรกคว้ำใส่คีย์บอร์ด พังเลยครับกดไม่ได้ หาเปลี่ยนก็ไม่มี ทิ้งเลยโน๊ตบุ๊กใช้ได้ไม่ถึงปี หลักๆก็อย่ากินอะไรใกล้ๆโน๊ตบุ๊กวางโต๊ะคนล่ะตัวปลอดภัยสุด เวลามือเปียกก็เช็ดให้แห้งก่อนใช้ แล้วหมันใช้เครื่องดูดฝุ่นกับแปลงเล็กๆทำความสะอาดคีย์บอร์ดคีย์บอร์ดแล้วใช้ผ้าไมโครไฟเบอร์เช็ดทำความสะอาดแค่นี้ก็แจ่มแล้ว

3. พอร์ทต่างๆ อันนี้สำคัญมากแต่คนมั๊กล่ะเลยพี่ชายผมอีกแล้วอันนี้เครื่องใหม่เวลาเสียบอุปกรต่างๆอย่างยู้เอสบีค่อยๆเสียบค่อยๆถอดอย่าโยกยูเอสบีพี่ผมพังไปแล้วหนึ่งพอร์ทเอาแปลงปัดฝุ่นออกบ้างด้วย

4. แบตเตอร์รี่ อันนี้เป็นสุดยอดของการถกเถียงกันในวงการโน๊ตบุ๊กเลย บ้างก็บอกว่าเวลาเสียบปลั๊กถอดแบตออกดีกว่าบ้างก็ว่าใส่แบตดีกว่า แต่ความคิดส่วนตัวผมคิดว่าการถอดแบตดีที่สุดแต่ก็ถกเถียงกันอีกว่าแบตเตอรี่ป้องกันไฟกระชากได้ จริงหรือไม่ยังไม่ได้รับการยืนยันแต่ที่แน่ๆคือช่วยเซฟงานเวลาไฟดับได้แน่นอน ผมจึงสรุปเทคนิคว่า เวลาชาร์ตเต็มแล้วถอดแบตออกเสียบไฟผ่าน UPS ดีที่สุดครับเพราะตัวแค่พันกว่าบาทถูกกว่าแบตแยะเลยใช้ได้หลายปีป้องกันไฟกระชากได้แน่นอนไฟดับก็ได้ด้วย

เทคนิคในการบำรุงรักษา แบตเตอรี่



แบตเตอรี่โนตบุคในปัจจุบัน ใช้แบตเตอรี่ Lithium-ion (Li-ion) ซึ่งเป็นแบตเตอรี่ดีกว่าแบตเตอรี่ประเภท Nickel-Metal Hydride (NiMH) หรือ Nickel Cadmium (NiCd) ในสมัยก่อนเป็นอย่างมาก โดยมีน้ำหนักน้อยกว่า คุณภาพของแบตเตอรี่ที่สูงกว่า และไม่มีผลกระทบจากปรากฎการณ์ Memory Effect อย่างไรก็ตามคุณสามารถยืดระยะเวลาของแบตเตอรี่ให้สามารถใช้งานไปได้นานที่สุด ด้วยเทคนิคการรักษาแบตเตอรี่ ดังนี้ครับ



1. แบตเตอรี่ใหม่ต้องการชาร์จให้เต็มที่ก่อนที่จะใช้งาน

เพื่อที่จะให้แบตเตอรี่ของคุณสามารถใช้งานได้เป็นระยะเวลานาน ควรทำการชาร์จแบตเตอรี่ให้เต็มก่อนการใช้ครั้งแรก และในการใช้งาน 3 ครั้งแรกนั้นควรทำการชาร์จให้เต็มก่อนใช้งาน และทำการใช้งานจนหมดก่อนการชาร์จครั้งต่อไป



2. ตั้งมาตรฐานแบตเตอรี่ทุกๆ เดือน

แบตเตอรี่ส่วนใหญ่นั้น จะถูกสร้างมาพร้อมกับ ระบบประมวลผลภายใน ซึ่งจะคอยจัดการการทำงานของแบตเตอรี่ เช่น จำนวนครั้งในการชาร์จ/ดิสชาร์จ ความจุสูงสุงแบตเตอรี่, จำนวนวงรอบการชาร์จ โดยความจุสูงสุดของแบตเตอรี่นั้น จะผิดพลาดได้ หลังจากถูกใช้งานมาเป็นเวลา 2-3 เดือน และการตั้งค่ามาตรฐานให้มันจะช่วย คืนประสิทธิภาพกลับมาได้



โดยขั้นตอนในการตั้งค่ามาตรฐานให้ แบตเตอรี่นั้นทำได้ตามขั้นตอนดังนี้


เสียบปลั๊กไฟ และทำการชาร์จแบตเตอรี่โนตบุคของคุณจนเต็ม เมื่อแบตเต็ม แล้วก็ทำการดึงปลั๊กไฟออก และใช้งานโนตบุคในแบตเตอรี่โหมด ยกเลิกการเตือนทุกอย่างใน Power Option ใน Control Panel เช่นการ Shut down, Stand by, Hibernation เมื่อแบตเตอรี่ต่ำกว่าที่กำหนด เมื่อใช้งานจนแบตเหลือต่ำกว่า 3% แล้ว ปิดโปรแกรมทุกอย่างลง และอนุญาตให้โนตบุคทำการShut down ลง เสียบปลั๊กโนตบุคคุณอีกครั้ง และชาร์จจนเต็ม เพียงเท่านี้โนตบุคของคุณก็ถูก ตั้งค่ามาตรฐานเรียบร้อยแล้วครับ



3. ใช้โนตบุคของคุณ ในสภาพที่เหมาะสม

โดยทั่วไปแล้ว แบตเตอรี่จะทำงานได้ดีที่สุด ที่ประมาณ 20 C. (68 F.) แต่ว่าช่วงอุณหภูมิระหว่าง 0-35 C.(32-95 F.) ก็ยังคงเป็นสภาพการใช้งานที่ดีเช่นกัน การใช้งานโนตบุคของคุณในสภาพที่ร้อนเกินไปหรือ เย็นเกินไปสามารถลดประสิทธิภาพของแบตเตอรี่ลงได้ และยังมีผลลบกับอายุการใช้งานของแบตเตอรี่อีกด้วย



เก็บแบตเตอรี่ของคุณไว้ในที่ที่เหมาะสม เมื่อไม่ได้ใช้งาน

ถ้าคุณคิดว่า คุณจะไม่ได้ใช้โนตบุคไปอีกซักเดือน หรือมากกว่านั้น ผมขอแนะนำว่าควรเก็บแบตเตอรี่แยกเอาไว้ในสถานที่ ที่สะอาด แห้ง และเย็น และให้แน่ใจว่า มีพลังงานคงเหลือประมาณ 70% ในระหว่างที่เก็บแบตเตอรี่นั้น ตัวแบตเองก็จะทำการ คลายประจุออกอย่างช้าๆ ดังนั้นผมไม่ขอแนะนำให้ทำการเก็บแบตเตอรี่ไว้นานๆ (เกินกว่า 3 เดือน) เพราะจะมีผลกระทบต่ออายุการใช้งานของแบตเตอรี่ได้ครับ




ข้อมูลเพิ่มเติม



1. แบตความจุสูง กับแบตเตอรี่สำรอง

โนตบุคหลายๆรุ่น มี แบตเตอรี่ความจุสูง เป็นอุปกรณ์เสริม ซึ่งเราต้องทำการซื้อเพิ่มเป็นแบตอีกตัวนึง ซึ่งเราจะได้ประโยชน์จากอุปกรณ์นี้ เมื่อเราใช้งานแบบไม่ได้เสียบปลั๊กบ่อยๆ



2. เปลี่ยนแบตเตอรี่

แบตเตอรี่ที่ถูกใช้อย่างถูกวิธีจะสามารถ ใช้งานได้มากกว่า 300 รอบการชาร์จ และดิสชาร์จ คุณสามารถทำการซื้อแบตเตอรี่ใหม่ได้ เมื่อแบตตัวเก่าของคุณ ไม่สามารถใช้งานได้ตามต้องการอีกแล้ว โดยอาการนี้สังเกตได้โดยระยะเวลาการใช้งานสั้นลงมาก แม้ว่าเราจะทำการตั้งค่ามาตรฐานแล้วก็ตามที



3. รีไซเคิล แบตเตอรี่

กรุณา อย่าทิ้ง แบตเตอรี่โนตบุค ตัวเก่าลงในถังขยะ เพราะว่ามันสามารถทำมลพิษให้แก่สิ่งแวดล้อมได้ แบตเตอรี่ควรถูก รีโซเคิลหรือกำจัดอย่างถูกต้อง ผ่านเทศบาลหรือโปรแกรมการขายของบริษัท



4. วงรอบการใช้งานแบตเตอรี่

ปกติแล้วการนับวงรอบการใช้งานของแบตเตอรี่นั้น จะทำการนับเมื่อทำการชาร์จรวมๆ แล้วมากกว่า 80% (ขึ้นอยู่กับยี่ห้อของแบตเตอรี่นั้น) โดยวิธีการนับคือ เมื่อคุณใช้งานแบตเตอรี่ไป จนเหลือ 80% แล้วทำการรีชาร์จ แบตก็จะไม่นับการชาร์จนี้เข้าไปใน วงรอบการชาร์จ เพราะยังชาร์จไม่ถึง 80% แต่ถ้าคุณทำอย่างนี้ครบ 4 ครั้งนั้นแสดงว่า คุณชาร์จครบ 80% แล้วแบตเตอรี่ของคุณก็จะเพิ่มค่าวงรอบการใช้งานเพิ่มขึ้นอีก 1 แต้มครั



5. ความร้อน โน๊ตบุ๊กมิใช่พีซีที่จะเอาไว้เล่นเกมนานๆหลายชั่วโมงได้ควรให้มันได้พักบ้าง ใช้คูลแพทแท่นรองที่มีพัดลมแหละครับตัวถูกร้อยกว่าบาทผมทดสอบแล้วว่าลดอุณหภูมิได้ประมาณ 2-4องศาห์ แต่ถ้าเป็นตัวที่ใช้วัสดูอย่างดีเช่นอลูมิเนียมแทนที่จะเป็นพลาสติกเนี่ยลดได้อีกมากโขเลยครับ อุณหภูมิที่ไม่สูงเกินไปยิ่งช่วยลดอัตราเสื่อมของอุปกรณ์ภายในโน๊ตบุ๊กอีกโขเลยครับ

6. อื่นๆ เสียบปลั๊กอแดปเตอร์ก่อนเสียบเข้าโน๊ตบุ๊ก ห้ามโดนน้ำ เคลื่อนย้ายโดยกระเป๋าโน๊ตบุ๊กโดยเฉพาะพวกซอฟเคสนี้เลี่ยงไปเลย หมั่นทำความสะอาดบ่อย พวกช่องระบายความร้อนด้วยครับระวังอย่าให้มีฝุ่นมาอุดตันและอย่าเอาทิ้งไว้ที่หอน่ะจ๊ะเดี๋ยวคนอื่นจะเอาไปใช้แล้วเราต้องผ่อนกล่อง


อ้างอิงข้อมูลจาก : http://notebookuser.exteen.com/20080611/entry