Latest News

คู่ปรับ ตลอดกาล “INTEL”และ “AMD”

Posted by KM IT วันอังคารที่ 19 มกราคม พ.ศ. 2553, under | 0 ความคิดเห็น





หลายคน คงจะรู้จักกับ CPU หรือ Central Processing Unit ของ 2 ค่ายยักษ์นี้ไม่มากก็น้อย แต่จะมีใครบ้างที่รู้จักกับความสามารถของ เจ้าตัวร้ายของ2 ค่ายนี้เป็นอย่างดี วันนี้ผมจึงมาขอแสดงความคิดเห็นกับ เจ้า 2 ตัวนี้ เริ่มจาก INTEL จากที่ได้รวบรวมข้อมูลจากผู้ใช้ ปรากฏว่า ทางด้าน อินเทลจะเน้นหลักทางด้านความเร็วเป็นหลัก จากที่ได้เห็น พี่แก มีก็รู กี่สล็อต พี่แกใส่เต็มสูบ อีกอย่างได้ทั้งการทนความร้อน เป็นอย่างดี แต่ก็ใช้ว่าทางด้านอินเทลจะไม่มีข้อเสียเลยเมื่อเทียบกับทางด้าน AMD ในปัจจุบันนั้นทางด้าน AMD ได้ คิดถึงจุดด่อยของตัวเอง ทำให้ทาง AMD ได้พัฒนา Athlon x2 ขึ้นมา เพื่อให้ทนความร้อนมากขึ้น ความเร็วเพิ่มขึ้น ความแรงในมัลติมีเดียดีขึ้น ทำให้ทางอินเทลได้ผลิต Core 2 Dual ออกมาประชันเช่นกัน เลยขอสรุปได้ว่า เหมือนกับการชกคนละมัดนั่นเอง คุรดีด้านนี้แต่ผมดีด้านนี้ จึงทำให้คนที่คิดจะซื้อ ได้ข้อตกลงว่า ถ้าจะเอาCpu ที่เอาไว้เล่นทางมัลติมีเดียก็ควรเลือก AMD เพราะในราคาที่ถูกกว่าทำได้งานได้เท่ากัน ทาง AMD จะมีราคาที่ถูกกว่ามากแต่ก็อย่างว่า ทาง INTEL จะประมวลผลทางกายภาพได้เร็วกว่าในด้านคุณภาพ
บทความโดย นายณัฐวุฒิ กิจผดุงเกียรติ รหัสนักศึกษา 51116940019

Network ช้าปัญหาที่ admin ทุกคนจะต้องเจอ




อินเตอร์เน็ตเปรียบเหมือนถนน 1 เส้น network ก็คล้ายๆ กับ บ้านของแต่ละคน แต่ละคนล้วนแต่ใช้ถนนเส้นเดียวกันความเร็วที่ได้มันก็ขึ้นกับว่าช่วงระยะเวลาไหนใช้งานมากหรือน้อย คนใช้เยอะถนนก็แออัดคนใช้น้อยก็เร็วหน่อย สาเหตุก็มีดังนี้
1. ปริมาณการใช้งานที่เพิ่มขึ้น
2. เกิดจากมีไวรัสหรือบ็อตบางตัวที่มีการโจมตี หรือ มีการส่งเมล์ขยะจากเครื่องที่ติดไปข้างนอกทำให้ระบบอินเตอร์เน็ตมีปัญหาช้าถึงช้ามาก
3. เกิดจากมีการดาวน์โหลด/อัพโหลดไฟล์อยู่ ณ.ขนาดนั้น
4. เกิดจากปัญหาตัวอุปกรณ์ในระบบเครือข่าย เช่น ฮับ หรือการ์ดแลน ที่มีอายุการใช้งานนาน หรือบางทีแค่ hang อาจต้องถอดปลั๊กฮับแล้วแล้วเสียบใหม่อาการช้าๆ หรือ Time out ก็หายไป
5. อาจเกิดจากการที่เว็บบางเว็บมีจำนวนผู้ใช้งานมาก ทำให้เวลาเรียกใช้งานต้องมีการรอ
6. ขึ้นกับแต่ละเว็บว่าหน้าแรกจะมีลูกเล่น ภาพเคลื่อนไหวมากไปไหม สังเกตุได้ว่า google มักจะเป็นเว็บที่ไม่ว่าเข้าจากที่ไหนมักจะเป็นเว็บเข้าได้เร็วเสมอๆเพราะไม่มีรูปหรือภาพเคลื่อนไหวที่มากเกินความจำเป็น แต่ถ้าเป็นอย่างพวก kapook , sanook อันนี้ต้องเข้าใจด้วยครับว่า content ของตัวเว็บจะมีรูปเยอะ ไหนจะมีพวกลูกเล่น Flash อีกกว่าจะโหลดได้ก็นานพอควร
7. เรื่องของภายในมีคนเข้าเว็บดูหนังหรือฟังเพลงออนไลน์ ก็ส่งผลได้เหมือนกัน
8. ปัญหาของผู้ให้บริการอาจรองรับจำนวนไม่พอ หรือ ผู้ให้บริการอินเตอร์เน็ตมีการบีบแบนด์วิชบางอย่างไว้
9. เครื่องของ user มีการเปิดเว็บมาก และมีการโหลดไฟล์ ถ้าเปิดหน้าเว็บนั้นๆ มาก แล้วจะดุพร้อมกันหมดนั่นก็ส่งผลได้เหมือนกัน เช่นว่าเปิดเว็บดูหนังหรือฟังเพลงออนไลน์ไปด้วย แล้วดันดูเว็บอื่นๆอีก
10. อาจเกิดจากมีโปรแกรมในเครื่องมีการอัพเดตออนไลน์ เช่น Auto Update ของ Windows กรณีีที่ไม่มีเครื่อง WSUS ไว้เป็นตัวเก็บอัพเดต แล้วละก็ทุกๆ เครื่องมันก็จะไปดึงไฟล์อัพเดตจากเว็บ Microsoft อันนี้ก็ทำให้ช้าได้สุดๆ อาจเป็นทั้งเครื่องเลย แต่ถ้าทำ WSUS ไว้ก็จะลดปัญหาตรงนี้ลงได้
11. โปรแกรมที่ใช้ท่องอินเตอร์เน็ตแต่ละโปรแกรมไม่เหมือนกันครับอย่าง Internet explorer เท่าที่ได้ยินมาเวลาจะแสดงผล มันจะต้องโหลดไฟล์มาทั้งหมดก่อนถึงจะแสดงผลได้ แต่ถ้าเป็น Firefox จะเป็นแบบโหลดไฟล์ไหนจากหน้าเว็บเพจมาปุ๊บก็แสดงผลทันที คือไม่รอจนหน้าเว็บโหลดเสร็จ ง่ายๆ คือ Firefox จะโหลดไฟล์หน้าเว็บเพจไปพลาง แสดงผลไปพลางครับ เลยดูเหมือนว่าเร็วขึ้น
12. และเหตุอื่นๆ อีกมากมาย

อ้างอิง http://www.thaiadmin.org/board/index.php?topic=118453.0

ตั้งค่าระบบเครือข่ายบนวินโดวส์ 7

Posted by KM IT วันอังคารที่ 22 ธันวาคม พ.ศ. 2552, under | 1 ความคิดเห็น


ไมโครซอฟท์พยายามบนวินโดวส์หลายเวอร์ชันมานานมากแล้ว เพื่อที่จะทำให้การตั้งค่าระบบเครือข่ายภายในบ้านนั้นเป็นไปอย่างง่ายดาย เชื่อมต่อได้อัตโนมัติ และก็สามารถแชร์ไฟล์และโฟลเดอร์ได้สะดวก ในที่สุดก็มาประสบความสำเร็จในวินโดวส์ 7 ด้วยคุณสมบัติที่เรียกว่า "HomeGroup"
networking windows7

เลือกชนิดของระบบเครือข่าย - คุณต้องเป็นส่วนหนึ่งของระบบเครือข่ายแบบ Home ถึงจะเข้าใช้โฮมกรุ๊ปได้

โฮ มกรุ๊ป (HomeGroup) ช่วยผู้ใช้ในการสร้างระบบเครือข่ายภายในบ้านด้วยฟังก์ชันการเข้าถึงและแชร์ ข้อมูลเพียบพร้อมและยืดหยุ่น ถือได้ว่าเป็นหนึ่งในคุณสมบัติใหม่ที่น่าสนใจมากบนวินโดวส์ 7 และนั่นก็หมายถึงว่า ผู้ใช้วินโดวส์วิสต้า เอ็กซ์พี แมค และลินุกซ์ คงไม่มีโอกาสได้สัมผัสกับความสะดวกสบายที่ว่า
วินโดวส์ 7 ช่วยเราในการสร้างระบบเครือข่ายได้ 3 รูปแบบ - Home, Work และ Public หรือก็คือเครือข่ายภายในบ้าน ที่ทำงาน และที่สาธารณะ แต่ในการใช้งานโฮมกรุ๊ปนั้นจะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อพีซีบนระบบเครือข่ายทุก เครื่องตั้งค่าการเชื่อมต่อเอาไว้เป็นแบบ Home เท่านั้น ซึ่งในการตั้งค่าที่ว่าบนวินโดวส์ 7 ก็สามารถทำได้โดยไปที่คอนโทรลพาเนล แล้วเลือก Network and Internet จากนั้นก็เลือก Network and Sharing Center (หรือใครอยากจะใช้วิธีลัดด้วยการคลิกขวาที่ไอคอนเน็ตเวิร์กบนซิสเต็มเทรย์ มุมล่างขวาของหน้าจอเพื่อเข้าสู่ Network and Sharing Center ก็ได้เช่นกัน) และท้ายสุดก็คือดูให้แน่ใจว่าเราได้เลือกค่าเอาไว้เป็น "Home network" ภายใต้ไอคอนระบบเครือข่าย หากยังไม่ใช่ก็คลิกที่ลิงก์ "Public network" หรือ "Work network" แล้วเปลี่ยนให้เป็น "Home network" แทน

เพียงแค่นี้เราก็สามารถสร้างโฮมกรุ๊ปได้แล้ว ซึ่งที่จริงหลังจากที่เราเปลี่ยนระบบเครือข่ายเป็นแบบภายในบ้านหรือ Home วินโดวส์ 7 ก็จะพาเราไปยังหน้าต่างสำหรับตั้งค่าอย่าง Create a homegroup เพื่อสร้างโฮมกรุ๊ปใหม่ขึ้นมา หรือถ้าได้เลือก Home เอาไว้อยู่แล้ว ก็คลิกที่ลิงก์ Choose homegroup and sharing options แล้วตามด้วย Create ได้เลย

ขั้นตอนต่อไปก็คือ การเลือกชนิดของไฟล์ที่ต้องการแบ่งปันกันกับสมาชิกคนอื่นในโฮมกรุ๊ป ก็มีให้เลือกตั้งแต่รูปภาพ เพลง วิดีโอ ไฟล์เอกสาร หรือแม้แต่การแชร์เครื่องพิมพ์ โดยตัวเลือกเหล่านี้จะสอดคล้องกับไลบรารี (library) ที่วินโดวส์ 7 สร้างขึ้นตามค่าดั้งเดิมตอนติดตั้งระบบปฏิบัติการลงบนคอมพิวเตอร์ และก็รวมไปถึงโฟลเดอร์อื่นๆ ที่สร้างขึ้นโดยผู้ใช้แต่ละคนในยูสเซอร์โพรไฟล์ด้วย

สิ่งที่เรากำลัง ทำอยู่ตอนนี้ความจริงแล้วก็คือ การแบ่งปันไฟล์ต่างๆ ที่อยู่บนพีซีของเราให้กับผู้ใช้คนอื่นๆ ที่อยู่บนโฮมกรุ๊ปให้สามารถเข้าถึงได้ ตัวอย่างเช่น โฟลเดอร์ c:UsersxxxxPictures หรือ c:UsersxxxxMusic และก็รวมไปถึงโฟลเดอร์อย่าง c:UsersPublic ด้วย โดยผู้ใช้สามารถเพิ่มโฟลเดอร์ต่างๆ ที่ต้องการแชร์ได้มากตามต้องการ

หลังจากเสร็จสิ้นขั้นตอนนี้ วินโดวส์ 7 ก็จะเปิดโอกาสให้เราตั้งค่ารหัสผ่านสำหรับเข้าใช้โฮมกรุ๊ปได้ ซึ่งนั่นก็หมายถึงว่าพีซีเครื่องอื่นๆ ที่ต้องการใช้งานโฮมกรุ๊ปก็จำเป็นต้องทราบรหัสผ่านนี้ด้วยเช่นกัน ฉะนั้นเก็บรักษารหัสผ่านให้ดีๆ (อาจใช้วิธีไฮไลต์เลือกแล้วก็ก๊อบปี้ไปเก็บไว้ในเท็กซ์ไฟล์หรือส่งเป็นอี เมล์ไว้ในอินบ็อกซ์ของเราก็ได้) หรืออาจสั่งพิมพ์ออกมาไว้ซักชุดยามฉุกเฉิน และจะได้ใช้เป็นข้อมูลเบื้องต้นในการตั้งค่าให้กับผู้ใช้คนอื่นๆ บนโฮมกรุ๊ปเดียวกันด้วย

หลังจากเราคลิก Finish เพื่อเสร็จสิ้นการตั้งค่า คำสั่ง Change homegroup settings เป็นส่วนที่เปิดโอกาสให้เราเปลี่ยนรหัสผ่านหากเปลี่ยนใจอยากกำหนดใหม่ รวมไปถึงการเข้าถึงการตั้งค่าชั้นสูงในหน้า Advanced Sharing Settings ด้วย แต่สิ่งหนึ่งที่ยังทำไม่น้อยอย่างน้อยก็ในตอนนี้ก็คือ การปรับเพิ่มไลบรารี โฟลเดอร์ หรือไฟล์ในโฮมกรุ๊ป ซึ่งก็น่าแปลกใจพอสมควรที่ไมโครซอฟท์มองข้ามตรงนี้ไป ทั้งที่สิ่งต่างๆ บนโฮมกรุ๊ปควรถูกปรับเปลี่ยนได้อย่างยืดหยุ่นที่สุด
networking windows7

ตัว เลือกบนโฮมกรุ๊ป - ในส่วน Change homegroup settings เราสามารถเปลี่ยนรหัสผ่านและเรียกใช้การกำหนดค่าชั้นสูงอย่าง Advanced Sharing

แม้จะยังไม่จำเป็นนัก แต่ถึงตรงนี้แล้วก็ลองแวะเข้ามาที่ Advanced Sharing Settings ดูสักนิดด้วยการคลิก Change advanced sharing settings แล้วเลือกลูกศรชี้ลงที่อยู่ข้างๆ Home หรือ Work
ตรงจุดนี้เราจะเห็นตัว เลือกอีก 6 ตัว ที่ระบุถึงรูปแบบการตั้งค่าระบบเครือข่ายภายในบ้านของวินโดวส์ 7 (ที่จริงแล้วระบบเครือข่ายทุกแบบบนวินโดวส์ 7 ก็ใช้การตั้งค่าเบื้องต้นในลักษณะเดียวกันนี้) โดยจุดที่น่าสนใจที่สุดอยู่ในกรอบ Advanced Sharing ก็คือ การกำหนดค่าการค้นหาคอมพิวเตอร์บนระบบเครือข่าย (network discovery - ทำให้พีซีเครื่องอื่นสามารถมองเห็นคอมพิวเตอร์ของคุณได้) การแชร์ไฟล์และเครื่องพิมพ์ และการแชร์สื่อข้อมูลต่างๆ ซึ่งหากไม่ได้เลือกค่าเหล่านี้ไว้ เราก็แทบจะไม่ได้ใช้ประโยชน์อะไรจากโฮมกรุ๊ปเลย...เราจะไม่มีโอกาสได้ใช้ คุณสมบัติที่ทำให้การแลกเปลี่ยนข้อมูลบนคอมพิวเตอร์เครื่องต่างๆ ภายในบ้านเป็นไปอย่างราบรื่นผ่านศูนย์กลางที่ใช้ในการเก็บข้อมูลหลักหรือบน ฮาร์ดดิสก์ขนาดใหญ่ที่ทำหน้าที่เฉพาะในการเก็บข้อมูลส่วนกลางของสมาชิกใน บ้าน

หลังจากที่เราได้สร้างโฮมกรุ๊ปขึ้นมา คอมพิวเตอร์ที่มองเห็นเครือข่ายของเราก็สามารถเข้าร่วมเป็นสมาชิกในโฮมกรุ๊ป ได้ โดยผู้ใช้แต่ละเครื่องเพียงแค่ไปเรียก Network and Sharing Center ขึ้นมาจากคอนโทรลพาเนล แล้วคลิกที่ Choose homegroup ซึ่งจะมีคำถามปรากฏขึ้นมาเพื่อยืนยันในการเข้าเป็นสมาชิกโฮมกรุ๊ปว่า "Do you want to join a homegroup?" พร้อมด้วยรายชื่อโฮมกรุ๊ปที่มีอยู่ จากนั้นก็คลิกที่ Join Now เพื่อเสร็จสิ้นกระบวนการ

หลังจากที่เรา เข้าไปสมาชิกในโฮมกรุ๊ปแล้ว จะมีลิงก์ที่เชื่อมไปยังหน้าช่วยเหลือของวินโดวส์เพื่อให้ข้อมูลเกี่ยวกับ การเข้าถึงไฟล์และทรัพยากรต่างๆ บนโฮมกรุ๊ป ซึ่งก็ช่วยเหลือได้อย่างดีสำหรับผู้ใช้ที่ไม่ค้นเคยกับการแชร์ข้อมูลต่างๆ ลักษณะนี้มาก่อน โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับคนที่ยังไม่รู้จักวิธีแชร์ไฟล์ของตัวเองให้กับคน อื่นๆ
networking windows7

แบ่งปันไลบรารี - คลิกขวาที่ไลบรารีแล้วเลือก Share With เพื่อกำหนดค่าในการเปลี่ยนรูปแบบการแชร์ไลบรารีให้กับผู้ใช้คนอื่นๆ

โดย ปกติแล้วไลบรารีต่างๆ ที่ถูกสร้างขึ้นมาตั้งแต่ตอนติดตั้งวินโดวส์ 7 จะถูกแบ่งปันบนโฮมกรุ๊ปโดยทันที แต่อย่างที่ได้กล่าวไว้ก่อนหน้านี้ว่า ไม่เฉพาะไลบรารีเหล่านี้เท่านั้นที่เราแชร์ให้กับคนอื่นๆ ได้ เราสามารถกำหนดการแชร์ทรัพยากรได้ด้วยตัวเอง โดยให้เรียกไลบรารีขึ้นมาจากทาส์กบาร์และเลือกไปยังส่วนที่เราต้องการแบ่ง ปัน จากนั้นก็คลิกขวาแล้วเลือก Share With Homegroup ซึ่งจะมีตัวเลือกให้เลือกอีก 2 แบบด้วยกัน คือ อ่านอย่างเดียว และอ่านและเขียนไฟล์ข้อมูลได้ หมายความว่าหากเราไม่อยากให้คนอื่นเข้ามาแก้ไขอะไรในนี้ก็เลือกเป็น อ่านอย่างเดียว แต่ถ้าต้องการให้ไลบรารีที่ว่าเปิดกว้างสำหรับผู้ใช้คนอื่นๆ อย่างเต็มที่ อ่าน/เขียน ก็เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจ

ความจริงเราสามารถแชร์โฟลเดอร์ และไฟล์ไปไว้บนโฮมกรุ๊ปได้ แต่แนวทางที่ดีกว่าก็คือ โยนโฟลเดอร์เหล่านั้นไปไว้บนไลบรารี แล้วใช้วิธีการแชร์ไลบรารีน่าจะเข้าท่ากว่า อย่างน้อยก็สะดวกในการจัดการสิ่งต่างๆ ในภายหลังมากกว่าวิธีอื่นๆ





ที่มา :http://www.beartai.com/webboard/index.php?topic=72496.0

การเรียนให้สำเร็จในมหาวิทยาลัย

Posted by KM IT วันอาทิตย์ที่ 20 ธันวาคม พ.ศ. 2552, under | 2 ความคิดเห็น


1. รู้จักเป้าหมายของการเรียน และจุดประสงค์ที่สำคัญ คืออะไร
2. รู้จักปัญหา และแนวทางที่จะได้แก้ไขปัญหานั้น ๆ รู้จักวิธีการแก้ไขที่ถูกต้อง และเหมาะสม
3. รู้จักการบริหารเวลา
4. สามารถรู้จักการอ่านได้อย่างมีประสิทธิภาพ
5. หมั่นจดบันทึกจากการฟังบรรยาย เพื่อกันการหลงลืม
6. ศึกษาค้นคว้าอยู่สม่ำเสมอ
7. ฝึกการนำเสนอได้อย่างดี
8. มีความพร้อมในการสอบ และมีการเตรียมการที่ดี


เคล็ดลับเพื่อการเรียนอย่างมีประสิทธิภาพ
1. รับผิดชอบ
– รับผิดชอบตนเอง ไม่ยืมจมูกคนอื่นหายใจ เป็นผู้ชนะจากความสามารถของตน
2. เริ่มต้นดี
- ช่วงเดือนแรกในรั้วมหาวิทยาลัย ถือเป็นช่วงวิกฤตของน้องใหม่ หากเริ่มต้นดี ความสำเร็จจะไม่อยู่ไกลเกินเอื้อม
3. กำหนดเป้าหมายในการเรียนอย่างแน่วแน่
- กำหนดเป้าหมายในการเรียนให้ชัดเจน ทั้งระยะสั้น และระยะยาว และทุ่มเทความพยายามให้บรรลุเป้าหมายที่ได้วางไว้ จึงจะประสบผลสำเร็จ
4. วางแผน และจัดการ
- มีการวางแผน จัดลำดับความสำคัญของกิจกรรมที่ต้องทำ หากทำตารางเวลาเป็นรายสัปดาห์ได้ยิ่งดี
5. มีวินัยต่อตนเอง
– เมื่อกำหนดเป้าหมาย วางแผน และจัดการ ตามข้อ 4 และ 5 แล้วต้องสัญญากับตนเองอย่างแน่วแน่ที่จะมีวินัย และปฏิบัติตาม
6. อย่าล้าสมัย
- วิทยาการพัฒนาไปอย่างรวดเร็ว การค้นคว้าหาความรู้ ต้องอิงกับข้อมูลที่ทันสมัย และทันต่อเหตุการณ์
7. ฝึกฝนตนเองให้เรียนรู้อย่างมีประสิทธิภาพ
– ศึกษาข้อเสนอแนะในคู่มือเล่มนี้ และฝึกทักษะการเรียนรู้ ซึ่งจะเป็นประโยชน์ติดตัวตลอดไป
8. เตรียมพร้อม เพื่อเข้าสู่ชั้นเรียน
– เตรียมตัวเป็นผู้ใฝ่หาความรู้อย่างแข็งขัน หากเป็นไปได้เตรียมอ่านเอกสารที่จะเรียนมาก่อนเข้าห้องเรียน
9. มุ่งมั่น จดจ่อต่อบทเรียน
– มีสมาธิ สนใจ ตั้งใจ เวลาอาจารย์สอน ไม่เข้าเรียน เพื่อพูดคุยกัน และรอเวลาเลิกเรียน
10. เป็นตัวของตัวเอง
– รู้จักคิด และทำด้วยความสามารถของตนเอง คิดเสมอว่าเราเป็นผู้หนึ่งที่มีศักยภาพสูง
11. มีความกระตือรือล้น
- ความสำเร็จเป็นของผู้ที่มีความริเริ่ม เป็นฝ่ายรุกที่จะมุ่งหน้า และคว้าความสำเร็จเป็นของตน
12. มีสุขภาพดี
- อย่าลืมใส่ใจต่อสุขภาพร่างกาย กิจกรรมนันทนาการ และกิจกรรมสังคม วางแผนจัดเวลาต่อสิ่งเหล่านี้ให้พอเหมาะ
13. เรียนอย่างมีความสุข
- พยายามเก็บเกี่ยวความน่าสนใจในบทเรียน คิดเสมอว่าทุกวิชาน่าเรียนรู้ น่าสนุกทั้งนั้น แล้วท่านจะพบว่า เราก็เรียนอย่างมีความสุขได้

โดย เอกพันธ์ หมื่นแกว้น รหัสนักศึกษา 51116940030

สมาชิกในกลุ่ม

Posted by KM IT วันเสาร์ที่ 28 พฤศจิกายน พ.ศ. 2552, under | 0 ความคิดเห็น

51116940014 นายอลงกรณ์ ภักดีณรงค์



51116940019 นายณัฐวุฒิ กิจผดุงเกียรติ



51116940021 นายบุญญาฤทธิ์ ทองฤทธิ์



51116940030 นายเอกพันธ์ หมื่นแกว้น



51116940046 นายอรรถพล เทียนงามสัจ



51116940056 นายมนัสวี อยู่ยอด